ต่อสัญญาเช่าอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่มีปัญหาภายหลัง

อัปเดตล่าสุด 23 กรกฎาคม 2569

เมื่อสัญญาเช่าใกล้ครบกำหนด ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่ามักต้องตัดสินใจว่าจะต่อสัญญาต่อหรือไม่ หลายครั้งทั้งสองฝ่ายตกลงกันด้วยวาจาเพียงเพราะเคยเช่ากันมานาน แล้วปล่อยผ่านไปโดยไม่มีเอกสารใดๆ รองรับ ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อมีข้อโต้แย้งภายหลัง เช่น ค่าเช่า เงินประกัน การซ่อมแซมของใช้ หรือระยะเวลาที่ต่อจริง บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ควรตรวจสอบและขั้นตอนปฏิบัติ เพื่อให้การต่อสัญญาเช่าเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีหลักฐานชัดเจนทั้งสองฝ่าย

ทำไมข้อตกลงต่อสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่าการตกลงปากเปล่า

การต่อสัญญาเช่าด้วยวาจามักเกิดขึ้นเพราะทั้งสองฝ่ายรู้จักและไว้ใจกันดีอยู่แล้ว แต่ความไว้ใจไม่ได้ช่วยอะไรหากเกิดข้อขัดแย้งภายหลัง ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น จำวันที่ตกลงต่อสัญญาไม่ตรงกัน เข้าใจการรับผิดชอบค่าเสียหายไม่เหมือนกัน จำจำนวนค่าเช่าใหม่ไม่ตรงกัน หรือฝ่ายหนึ่งเข้าใจว่าต่อสัญญาแบบปีต่อปี ในขณะที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าต่อแบบไม่มีกำหนด

เมื่อไม่มีเอกสารรองรับ ฝ่ายที่เสียเปรียบมักเป็นฝ่ายที่พิสูจน์ข้อตกลงไม่ได้ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น เช่น เจ้าของบ้านอ้างว่าไม่เคยตกลงต่อสัญญา หรือผู้เช่าอ้างว่าตกลงค่าเช่าไว้ราคาหนึ่งแต่ถูกเรียกเก็บอีกราคาหนึ่ง การมีข้อตกลงต่อสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้ จึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าตกลงอะไรกันไว้บ้าง และช่วยป้องกันข้อพิพาทตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนต่อสัญญาเช่าทุกครั้ง

ก่อนตกลงต่อสัญญา ควรเปิดสัญญาเช่าฉบับเดิมมาดูให้ครบก่อนเสมอ โดยเฉพาะวันสิ้นสุดสัญญาที่แท้จริง เงื่อนไขการแจ้งล่วงหน้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการต่อสัญญา ซึ่งเป็นไปตามที่สัญญาฉบับเดิมกำหนดไว้ ไม่ใช่ระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสัญญา และเงื่อนไขอื่นที่เคยตกลงกันไว้ เช่น ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อมแซมส่วนใด

นอกจากนี้ควรเดินสำรวจสภาพทรัพย์ที่เช่าร่วมกันทั้งสองฝ่ายก่อนต่อสัญญา เพื่อบันทึกสภาพปัจจุบันไว้เป็นหลักฐาน หากมีความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการเช่ารอบแรก ควรตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะซ่อมแซมก่อนต่อสัญญาหรือจะรับสภาพไปแล้วต่อสัญญาต่อ เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมค้างไปเป็นข้อโต้แย้งเมื่อสัญญาฉบับใหม่สิ้นสุดลงอีกครั้ง

ค่าเช่าและเงินประกัน เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ตอนต่อสัญญา

การต่อสัญญาเป็นโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะทบทวนค่าเช่าและเงินประกันใหม่ได้ตามที่ตกลงกัน ไม่มีกฎตายตัวว่าค่าเช่าต้องเท่าเดิมเสมอ เจ้าของบ้านอาจขอปรับค่าเช่าตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้น ส่วนผู้เช่าก็มีสิทธิต่อรองหรือปฏิเสธและเลือกไม่ต่อสัญญาได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือทุกการเปลี่ยนแปลงต้องเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การแจ้งเปลี่ยนฝ่ายเดียวโดยไม่มีการยินยอม

หากมีการปรับเงินประกันเพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับค่าเช่าใหม่ ควรระบุจำนวนที่ชำระเพิ่ม วันที่ชำระ และเงื่อนไขการคืนเงินประกันเมื่อสัญญาฉบับใหม่สิ้นสุดลงไว้ในข้อตกลงต่อสัญญาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าเงินประกันก้อนเดิมกับก้อนที่เพิ่มมาใหม่รวมกันเป็นเท่าไร และมีเงื่อนไขการหักอย่างไร

ขั้นตอนต่อสัญญาเช่าให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้

  1. ทบทวนสัญญาฉบับเดิมและตกลงกันด้วยวาจาก่อนคร่าวๆ ว่าจะต่อสัญญาหรือไม่
  2. หากต่อ ให้ตกลงรายละเอียดที่อาจเปลี่ยนแปลง เช่น ระยะเวลาที่ต่อ ค่าเช่าใหม่ วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของรอบใหม่
  3. จัดทำข้อตกลงต่อสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอ้างอิงถึงสัญญาเช่าฉบับเดิมให้ชัดเจนว่าเป็นการต่ออายุของสัญญาฉบับใด ไม่ใช่สัญญาฉบับใหม่ที่แยกจากกัน
  4. ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อในข้อตกลงต่อสัญญา
  5. เก็บสำเนาไว้ทั้งสองฝ่ายพร้อมกับสัญญาฉบับเดิม เพื่อให้เมื่อถึงเวลาต้องอ้างอิงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการต่อสัญญารอบถัดไปหรือการยุติสัญญา ทั้งสองฝ่ายจะได้มีชุดเอกสารครบถ้วนตรงกันเพื่อใช้อ้างอิง

การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป มักเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในภายหลัง

การต่อสัญญาเช่าบน Kontrax

บนระบบ Kontrax การต่อสัญญาเช่าจะถูกสร้างเป็นเอกสารที่ผูกกับสัญญาเช่าฉบับหลักโดยตรง ชื่อและเลขบัตรประชาชนของคู่สัญญาจะถูกดึงมาจากสัญญาฉบับเดิมและล็อกไว้ไม่ให้แก้ไข ส่วนรายละเอียดที่มักเปลี่ยนแปลงเมื่อต่อสัญญา เช่น ค่าเช่า เงินประกัน และระยะเวลา สามารถปรับได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันใหม่

เมื่อทั้งสองฝ่ายตรวจสอบรายละเอียดแล้ว ทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่าลงนามอิเล็กทรอนิกส์ในบันทึกต่อสัญญาผ่านระบบ และระบบจะแจ้งเตือนล่วงหน้าอีกครั้งก่อนที่รอบสัญญาใหม่จะครบกำหนด ทำให้ไม่ต้องกลับมานั่งจำเองว่าเช่ากันครบรอบเมื่อไร

สร้างสัญญาของคุณ

สมัครฟรี สร้างสัญญาฉบับแรกได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย

ต่อสัญญาเช่าด้วยวาจาอย่างเดียว พอไหม

ไม่แนะนำ แม้จะสามารถตกลงกันด้วยวาจาได้ แต่หากเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันภายหลัง เช่น จำค่าเช่าใหม่ต่างกัน จะไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าตกลงกันไว้อย่างไร ควรทำข้อตกลงต่อสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและลงชื่อทั้งสองฝ่ายเสมอ

ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันก่อนสัญญาเช่าจะหมดอายุ

ขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าฉบับเดิมเป็นหลัก สัญญาแต่ละฉบับมักกำหนดระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าไว้เอง ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสัญญา จึงควรเปิดดูสัญญาฉบับเดิมทุกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะต่อหรือไม่ต่อ

ต่อสัญญาแล้ว เจ้าของบ้านขึ้นค่าเช่าได้หรือไม่

ได้ หากทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน การต่อสัญญาเป็นจังหวะปกติที่เจ้าของบ้านมักขอทบทวนค่าเช่า ผู้เช่ามีสิทธิต่อรองหรือเลือกไม่ต่อสัญญาได้เช่นกัน ควรระบุค่าเช่าใหม่ให้ชัดเจนในข้อตกลงต่อสัญญา

ต่อสัญญาเช่า ต้องร่างสัญญาใหม่ทั้งฉบับหรือไม่

ไม่จำเป็น สามารถทำเป็นบันทึกข้อตกลงต่อสัญญาแนบท้าย อ้างอิงถึงสัญญาฉบับเดิมได้ ซึ่งในระบบ Kontrax การต่อสัญญาจะถูกสร้างเป็นเอกสารโดยอ้างอิงรายละเอียดสัญญาเดิม พร้อมล็อกข้อมูลชื่อและเลขบัตรประชาชนไว้ตามสัญญาฉบับเดิม

หลังต่อสัญญาแล้ว ควรเก็บเอกสารอะไรไว้บ้าง

ควรเก็บสัญญาเช่าฉบับเดิม ข้อตกลงต่อสัญญาที่ลงชื่อครบทั้งสองฝ่าย และหลักฐานการชำระเงิน เช่น ค่าเช่าหรือเงินประกันที่เพิ่มขึ้น ไว้ด้วยกันเป็นชุดเดียว เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายเมื่อจำเป็น

เนื้อหาในหน้านี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะบุคคล หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย